Title: Tsuioku
Artist: Shiraishi Kuranosuke (CV: Hosoya Yoshimasa)
Album: Doku to Kusuri
 
追憶
Tsuioku
หวนระลึก
 
春の陽射しに 凍らせていた
Haru no hizashi ni koorasete ita
ท่ามกลางแสงแดดสาดส่องในฤดูใบไม้ผลิ
 
思い出がそっと目を覚ます
Omoide ga sotto me wo samasu
ความทรงจำที่แช่แข็งอยู่ค่อยๆ ฟื้นตื่นอย่างแช่มช้า
 
君の記憶は どこか甘くて
Kimi no kioku wa dokoka amakute
ความทรงจำเกี่ยวกับเธอนั้น แม้จะหอมหวานอยู่บ้าง
 
だけど胸を刺しつづけてる
Dakedo mune wo sashi tsuzuketeru
แต่ก็เสียดแทงจิตใจเรื่อยมา
 
 
無駄なことで 傷つけあって
Muda na koto de kizutsuke atte
เราต่างต้องเจ็บช้ำกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
 
二度としないと誓って 繰り返した
Nido to shinai to chikatte kurikaeshita
และได้สาบานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะไม่ทำอีกเป็นครั้งที่สอง
 
 
サクラ散る 花吹雪の下
Sakura chiru hanafubuki no shita
ซากุระกระจัดกระจาย ภายใต้กลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย
 
何度でも 君ヲ想フ
Nando demo kimi wo omou
เอาแต่คิดถึงเธอหลายต่อหลายครั้ง
 
もう一度 そばに行けるなら
Mou ichido soba ni ikeru nara
หากว่าสามารถไปอยู่เคียงข้างกันได้อีกครั้งล่ะก็
 
決して離さないよ
Kesshite hanasanai yo
จะไม่มีวันยอมให้ห่างกายอย่างแน่นอน
 
冷え切った 季節をこの手で
Hiekitta kisetsu wo kono te de
จะเปลี่ยนฤดูกาลที่หนาวยะเยือกด้วยมือคู่นี้
 
色彩の時に変えて
Shikisai no toki ni kaete
ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งสีสัน
 
春色のあの日の笑顔を
Haruiro no ano hi no egao  wo
เพราะว่าใบหน้ายิ้มแย้มในวันที่เต็มไปด้วยสีดอกไม้ใบหญ้าวันนั้น
 
君にあげたいから
Kimi ni agetai kara
อยากจะมอบมันให้แก่เธอ
 
 
夢に必死になる 僕ごとを
Yume ni hisshi ni naru bokugoto wo
ฉันมัวแต่พยายามเอาเป็นเอาตายอยู่กับความฝัน
 
わかってくれてると信じて
Wakatte kureteru to shinjite
โดยเชื่อว่าเธอจะเข้าใจเรื่องนั้น
 
君のさみしさ 気づいていても
Kimi no samishisa kizuite itemo
เพราะงั้นถึงแม้จะรู้สึกถึงความเดียวดายของเธอ
 
いつだって後回しにした
Itsudatte ato mawashi ni shita
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มักจะผลัดไว้ทีหลังเสมอ
 
 
自分勝手に 走ってた足
Jibun katte ni hashitteta ashi
ถ้าขาที่วิ่งไปเองตามใจชอบได้หยุดลงสักชั่วขณะ
 
一瞬止めて寄り添えば よかったのに
Isshun tomete yorisoeba yokatta noni
แล้วเข้าไปอยู่เคียงข้างเธอบ้างล่ะก็คงจะดีกว่านี้แท้ๆ
 
 
サクラ散る 花吹雪の下
Sakura chiru hanafubuki no shita
ซากุระกระจัดกระจาย ภายใต้กลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย
 
忘れない 君ヲ想フ
Wasurenai kimi wo omou
เฝ้าคิดถึงเธอโดยไม่รู้ลืมเลือน
 
後悔は とけることもなく
Kokai wa tokeru koto mo naku
ความเสียใจที่เกิดขึ้นในภายหลังนั้นไม่เคยหลอมละลาย
 
胸に降り続ける
Mune ni furi tsuzukeru
แต่กลับสาดซัดลงในจิตใจเรื่อยมา
 
離れたら 終わっていけるほど
Hanaretara owatte ikeru hodo
มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ง่ายดาย
 
簡単な気持ちじゃない
Kantan na kimochi janai
ถึงขนาดว่าพอแยกจากกันไปก็จบแค่นั้น
 
遅いってわかってるよだけど
Osoitte wakatteru yo dakedo
แม้จะเข้าใจดีว่าตอนนี้มันสายไปแล้ว
 
君を抱きしめたい
Kimi wo dakishimetai
แต่ก็ยังอยากกอดเธอเอาไว้
 
 
過ぎた時間は帰らないと
Sugita jikan wa kaeranai to
เวลาที่ล่วงเลยมาแล้วไม่หวนกลับมาอีก
 
知っているけど
Shitte iru kedo
แม้จะรู้เรื่องนั้นดีแก่ใจ
 
でもこのまま 忘れること
Demo kono mama wasureru koto
แต่เพราะว่าฉันเองก็รับรู้อยู่เสมอ
 
できないとわかってたから
Dekinai to wakatteta kara
ว่าตนเองไม่สามารถลืมเลือนไปทั้งๆ แบบนี้ได้
 
 
サクラ散る 花吹雪の下
Sakura chiru hanafubuki no shita
ซากุระกระจัดกระจาย ภายใต้กลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย
 
もう一度 君へ走る
Mou ichi do kimi e hashiru
จะออกวิ่งไปหาเธออีกครั้ง
 
花びらで 染まる道まっすぐ
Hanabira de somaru michi massugu
ตรงไปตามเส้นทางที่ย้อมไปด้วยกลีบดอกไม้
 
君へ駆けだしてく
Kimi e kake dashiteku
มุ่งตรงไปหาเธอ
 
冷え切った 季節をこの手で
Hiekitta kisetsu wo kono te de
จะเปลี่ยนฤดูกาลที่หนาวยะเยือกด้วยมือคู่นี้
 
色彩の時に変えて
Shikisai no toki ni kaete
ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งสีสัน
 
春色のあの日の笑顔を
Haruiro no ano hi no egao  wo
เพราะว่าใบหน้ายิ้มแย้มในวันที่เต็มไปด้วยสีดอกไม้ใบหญ้าวันนั้น
 
君にあげたいから
Kimi ni agetai kara
อยากจะมอบมันให้แก่เธอ
 
君にあげたいから
Kimi ni agetai kara
อยากมอบให้แก่เธอ
 
 
:: Ralph Zone ::
 
ปกติผมไม่ค่อยจะชอบเพลงแนวรักซักเท่าไหร่
แต่เพลงนี้ยอมรับว่าชอบตั้งแต่ฟังครั้งแรก แถมยังอินมากด้วย
แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเคยมีประสบการณ์หรอกนะครับ
เพราะผมยังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน (ฮา)
แต่พอลองคิดว่า "เธอ" เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงอะไรซักอย่าง
ที่สำคัญมาก แต่ผมกลับมองข้ามมาตลอดเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องอื่น
ก็ทำให้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับเพลงนี้เต็มๆ เลย
 
สรุปว่าเพราะชอบมากๆ นี่แหละ เลยตัดสินใจแปล
แล้วเพลงนี้ก็แปลออกแนวอินกับเนื้อมากกว่าแปลตรงๆ ตัว
อย่างท่อน 「春色のあの日の笑顔を君にあげたいから」 เนี่ย
คิดอยู่นานมากว่าจะแปลยังไงถึงจะให้อารมณ์
ถ้าตรงๆ ตัวก็ประมาณ "อยากจะมอบใบหน้ายิ้มแย้มของวันที่เป็นสีฤดูใบไม้ผลิวันนั้นให้เธอ"
ซึ่งสีฤดูใบไม้ผลิ (春色) คือสีที่ให้ความรู้สึกเป็นฤดูใบไม้ผลิ มีต้นไม้ใบหญ้า
และให้ความรู้สึกสดชื่นสมเป็นฤดูแห่งความสดใสเบิกบาน
ผมก็เลยตัดสินใจแปลออกมาตามความรู้สึกเลย
 
เพลงนี้จริงๆ แล้วเป็นซิงเกิ้ลวันเกิดชิราอิชิ ที่ต้องวางแผงเมื่อวันที่ 14 เมษาฯ
แต่เพราะสึนามิกับแผ่นดินไหวช่วงนั้น ก็เลยเลื่อนมาวางแผงเดือนสิงหาฯ แทน
แล้วก็เอามารวมกับเพลงเก่าๆ เพลงอื่นเป็นอัลบั้มชื่อ Doku to Kusuri
(พิษกับยา = Medicine or...? + POISON สองชื่ออัลบั้มเอามารวมกัน)
ยังไงๆ อิมเมจชิราอิชิเนี่ยก็เข้ากับพิษ สมกับเป็นผู้รอบรู้เรื่องดอกไม้พิษจริงๆ (ฮา)

Comment

Comment:

Tweet

Even professional students are not willing to take a risk and attempt to compose academic essays by their own! Thence, they simply choose essay buying "supreme-essay.com" options. Moreover, that gives them an ability to focus on personal stuff!

#11 By buy custom research paper (103.7.57.18|31.184.238.73) on 2013-07-05 11:36

#10 By (31.184.238.21) on 2012-01-04 22:42

#9 By (31.184.238.21) on 2012-01-04 22:42

#7 By (31.184.238.21) on 2012-01-01 06:14

#6 By (31.184.238.21) on 2012-01-01 06:14

Following my exploration, millions of people on our planet receive the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/personal-loans">personal loans</a> from different creditors. Thus, there is good chances to get a car loan in every country.

#4 By GilbertERNESTINE (91.212.226.136) on 2011-12-22 03:22

ปกติก็ชอบเสียงชิราอิจิอยู่แล้ว พอเอามาประกอบกับเพลงแล้ว.....อ่า ดาเมจข้าน้อย...คาลำโพง =w=
ได้ตายอย่างเป็นสุขแล้ววว ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ

#3 By TaMaChaN on 2011-12-05 18:47

เพลงของชิราอิชิเพลงนี้ ตอนแรกที่เคยฟังก็คิดว่าเพราะมาก
พอมาเจอคำแปลจากที่ชอบเฉยๆตอนนี้รู้สึกชอบมากๆค่ะ 55
ใช้คำไดสวยมากเลยค่ะ รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ตาม

(ให้อารมณ์เพลงประกอบซีรีย์นิดๆเลยล่ะค่ะ ฮา)

ไม่ได้มาเยี่ยมซะนาน เลยถือโอกาสแอบอ่านเอนทรีย้อนหลังไปนิดหน่อย ชอบเพลงของยูชิด้วย
cry

#2 By +|| m i n e y ||+ on 2011-11-21 10:26

ว้าวๆ ยังไม่ได้ฟังเลยค่ะ
ไปหามาฟังก่อนล่ะ คำแปลมันดีมากๆ
ขอบคุณนะคะ

#1 By TOE*イ* on 2011-11-19 06:36