หลังจาก アニくじS (Anikuji S) โคเวอร์เพลงคริสต์มาส  กันไปแล้ว
ปีต่อมาก็โคเวอร์เพลงคลาสสิคต่อเลย รายละเอียดสินค้าตามนี้... >จิ้ม<
คราวนี้ก็มี 10 ซิงเกิ้ลเหมือนเดิมครับ แบ่งเป็นร้องคู่ 4 ซิงเกิ้ล เดี่ยวอีก 6 ซิงเกิ้ล
จริงๆ แล้วเซ็ตนี้ออกมาได้ตั้งนานแล้ว ปลายปี 2012 โน่นแน่ะ...
แต่ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้ลงบล็อกก่อนหน้านี้ เพราะช่วงนั้นมัวแต่ยุ่งๆ อยู่
ไหนๆ ตอนนี้ก็ว่าง (แม้อีกไม่กี่วันจะมีสอบไฟนอลซัมเมอร์ แต่ขี้เกียจอ่านละ -*-)
ก็เลยขุดเอามาเขียนซะหน่อย ถ้าไม่เขียนซะตอนนี้ เดี๋ยวเปิดเทอมเมื่อไหร่คงได้ดองบล็อกอีก
 
ก่อนอื่นพูดถึงรายละเอียดสินค้าหน่อย เซ็ตนี้ก็จะเหมือน Anikuji S คริสต์มาสเลย
คือแบ่งเป็นซีดีเพลง 2 อัลบั้ม ตามนี้
(ดูภาพในลิงก์ประกอบไปด้วย จะเข้าใจง่ายขึ้นครับ)
 
 
เซ็ต B-1 Classic Cover Songs [A] แผ่นแดง
โออิชิ & เอย์จิ / เรียวมะ / ชิราอิชิ / ยูชิ & กาคุโตะ / คิเทะ
เซ็ต B-2 Classic Cover Songs [B] แผ่นน้ำเงิน
อาโตเบะ / จิโทเสะ & คินจัง / ทานิชิ / ยูคิมูระ & ซานาดะ / เทะสึกะ
 
 
และก็เช่นเคย มีแผ่นซิงเกิ้ลแยกขายเดี่ยวๆ สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อเป็นอัลบั้มด้วย
ผมจะพูดถึงความประทับใจหลังจากได้ฟังแต่ละซิงเกิ้ลนะครับ
 
 
焼肉パン争奪序曲 (โออิชิ & เอย์จิ)
(ใช้ทำนองเพลง "William Tell Overture"  Gioachino Rossini)
...ยากินิกุ...ปัง...? ขนมปังยากินิกุ? แย่งกันซื้อขนมปัง!? WTF!!?
ตอนแรกเห็นชื่อเพลงแล้วถึงกับกุมขมับ ฟังเนื้อเพลงแล้วกุมขมับหนักกว่าเก่า
ไม่แน่ใจว่ามันอ่านว่า "Yakiniku Pan Soudatsu Jokyoku" หรือเปล่า
ที่แน่ๆ คือมันแปลประมาณว่า "เพลงโหมโรงแห่งศึกแย่งชิงขนมปังยากินิกุ"
(คำว่าเพลงโหมโรง ภาษาอังกฤษคือ Overture และต้นฉบับทำนองที่เอามาโคเวอร์
ก็เป็นเพลงท่อน Overture ของโอเปร่า William Tell ครับ)
โอ้ ชื่อเพลงอลังการ เนื้อเพลงก็...อลังการ (?) เหมือนกัน
ฮาและลัลล้าสมเป็นโกลเด้นแพร์ดี
จะว่าไป พูดถึงสงครามแย่งซื้อของกิน ผมนึกถึงอนิเมะเรื่อง Ben-To เลยแฮะ...
(เรื่องนี้ผมอวยรุ่นพี่สาวหัวขาวแหละ... <-- ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยวกับเอนทรี่นี้)
 
in the blue (เรียวมะ)
(ใช้ทำนองเพลง "Minuet" Johann Sebastian Bach)
ทำนองคุ้นมาก คุ้นสุดๆ เหมือนจะเคยเล่นสมัยยังเรียนไวโอลินอยู่
แต่มันผ่านมาหลายปีมากๆ จนจำแทบไม่ได้แล้ว - -"
เนื้อเพลงสมกับเป็นเรียวมะมากๆ สมกับเรื่องปุริมากๆ ด้วย
คือมันสมกับเรียวมะและปุริมากซะจนไม่รู้จะอธิบายยังไงดี (ฮา)
 
Golden Kanon (ชิราอิชิ)
(ใช้ทำนองเพลง "Canon" Johann Pachelbel )
ทำนองเพลงในตำนานครับ...
หลายๆ คนอาจจะรู้จักทำนองเพลงนี้ สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ถ้าลองฟังอาจจะร้องอ๋อขึ้นมาก็ได้
มัวแต่เพลินกับทำนอง จนแทบจะลืมฟังเนื้อเพลงเลยล่ะครับ
จริงๆ เนื้อเพลงนี้ฟังง่ายกว่าเพลงแรก (ศึกขนมปังฯ) อีก
แต่ผมต้องวนฟังหลายรอบกว่าจะจับเนื้อได้ เพราะฟังกี่รอบๆ ก็เผลอเงี่ยหูฟังทำนองทุกที
เป็นเพลงรักในฤดูหนาวครับ พอฟังแล้วจะนึกภาพหิมะขาวๆ โปรยปรายลงมา
เนื้อเพลงหวานมาก พอรวมกับเสียงโฮโซยะที่ออกนุ่มๆ อยู่แล้ว เลยทำให้ฟังเพลินเลย
ถึงจะไม่ชอบเพลงรักหวานๆ แต่ผมกลับชอบเพลงนี้ที่สุดในบรรดา 10 เพลงนี้แล้วล่ะ
 
Passion (ยูชิ & กาคุโตะ)
(ใช้ทำนองเพลง "Spring" Antonio Vivaldi )
ทำนองคุ้นอีกแล้ว เหมือนจะเคยฟังบ่อยๆ แต่จำไม่ได้ว่าฟังที่ไหนเมื่อไหร่
แต่ที่แน่ๆ เพลงฤดูใบไม้ผลิ ในบรรดาเพลงสี่ฤดูของวิวัลดีเนี่ยดังมาก
ไม่แปลกใจว่าทำไมฟังแล้วคุ้นหู
ส่วนเนื้อเพลงก็สไตล์ปุริเลย พูดถึงการเล่นคู่ของทั้งสองคนนี้
ชอบตรงที่ในเพลงมีการพูดถึงฤดูทั้งสี่ด้วย เข้ากับทำนองเพลงเลย
เนื้อเพลงดึงเอกลักษณ์ของทั้งคู่ออกมาได้น่ารักดีครับ
ทั้งเสียงเหน่อๆ ของยูชิ คำติดปาก Miso ของกาคุโตะ แล้วก็มูนซอลต์ โป๊กเกอร์เฟส อะไรงี้
แถมผมชอบเสียงโฮชิซังที่พากย์กาคุโตะอยู่แล้วด้วย ทำให้ชอบเพลงนี้เหมือนกัน
 
Le Grand Viole... (คิเทะ)
(ใช้ทำนองเพลง "Serenade" Franz Schubert)
ความประทับใจแรกที่มีต่อเพลงนี้คือ... "ชื่อเพลงมันแปลว่าอะไรวะครับ!?"
ถ้าจำไม่ผิด Le คือคำนำหน้านามเอกพจน์เพศชาย ส่วน Grand Viole คือใบเรือใหญ่
ส่วนเนื้อเพลง ก็แอบให้กลิ่นอายทะเลและโอกินาว่าดีนะ
เสียงชินกาคิซังก็เพราะตามปกติอยู่แล้ว
สำหรับเพลงนี้ ในญี่ปุ่นมีคนแซวว่าคิเทะ "เซ็กซี่" ด้วย =___=
เอาเป็นว่าเป็นอีกเพลงที่ฟังเพลินๆ ดีเหมือนกัน
 
Legend (อาโตเบะ)
(ใช้ทำนองเพลง "Ride of the Valkyries" Richard Wagner)
ทำนองเพลงเท่มากๆ เลยครับ เป็นทำนองจากโอเปร่าของวากเนอร์ด้วย
ผมเคยได้ยินเพลงของเขามาบ้าง แต่เพิ่งรู้จักชื่อวากเนอร์ตอนที่เรียนวิชาปริทัศน์ศิลปการละคร
หนึ่งในวิชาปวดตับโปรดของผม...
ส่วนเนื้อเพลงก็เท่ไม่แพ้กัน สมกับเป็นอาโตเบะอีกนั่นแหละ
ให้อารมณ์ประมาณว่า "โอเระซามะเทพที่สุดในโลกนี้แล้ว จงตามโอเระซามะมาซะ!!" (ฮา)
 
ワイらはSWAN (จิโทเสะ & คินจัง)
(ใช้ทำนองเพลง "Swan Lake" Pyotr Ilyich Tchaikovsky)
ชื่อเพลงแปลว่า "พวกเราคือ SWAN" ครับ
แต่ Swan Lake ที่ผมเคยรู้จัก รู้สึกมันไม่ใช่แบบนี้นะ... - -"
เพลงนี้ก็ชอบทำนองต้นฉบับอีกแล้ว มาจากบัลเลต์เรื่องสวอนเลค
ส่วนเวอร์ชั่นโคเวอร์นี่...ฟีลเดียวกับศึกขนมปังฯ เลย ทั้งฮาทั้งน่ารัก
มีท่อนพูดเป็นระยะๆ ด้วย ทั้งบทพูดทั้งเนื้อเพลงปล่อยมุกกระจาย
...ว่าแต่สำเนียงจิโทเสะเนี่ยฟังยากชะมัด
 
世界はトランポリン (ทานิชิ)
(ใช้ทำนองเพลง "Spring Song" Felix Mendelssohn)
ทำนองนี้ไม่รู้จักแฮะ แอบคุ้นอยู่เหมือนกัน แต่อาจจะคุ้นเพราะนั่งฟังโคเวอร์หลายรอบก็ได้
ตอนแรกฟังแล้วจำเสียงไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครร้อง
แต่พอถึงท่อนที่มีเนื้อร้องว่า "บิ๊กแบง" เท่านั้นแหละ อ๋อเลย ก็ว่าใครตะเบ็งเสียงขนาดนี้
ชื่อเพลงแปลว่า "โลกคือแทรมโพลีน"
ตอนแรกผมไม่รู้ว่าแทรมโพลีนคืออะไร พอเข้ากูเกิ้ลดูก็...ร้องอ๋ออีกรอบ
เนื้อเพลงก็จินตนาการได้จากชื่อเพลงเลยครับ หึๆ
เป็นเพลงที่ผมใช้พลังงานสูงมากในการจะแกะเนื้อให้ออก
...และแล้วก็ไม่สำเร็จ จับได้เป็นคำๆ - -"
 
勝利の舞い (ยูคิมูระ & ซานาดะ)
(ใช้ทำนองเพลง "Hungarian Dance No. 5" Johannes Brahms)
เปิดเพลงมาก็ตกใจว่าทำไมซานาดะเสียงแก่จัง (ฮา) แซวไปงั้นแหละ ผมก็ชอบครับ ฮะๆ
ความรู้สึกตอนฟังเพลงนี้รอบแรกคือ...ถ้าเนื้อเพลงมันจะริคไคได้ขนาดนี้เนี่ยนะ!!
ชื่อเพลงก็บอกอยูว่า "การร่ายรำของชัยชนะ" (คล้องกับทำนองเพลงต้นฉบับอีกแล้ว)
ดังนั้นเนื้อเพลงมันก็หนีไม่พ้นเรื่องแพ้ๆ ชนะๆ ที่ริคไคเขาหมกมุ่นกันอยู่หรอก
ประมาณว่า "ห้ามแพ้" "ชัยชนะเป็นของเรา" "จะไม่ลังเลอีกแล้ว" "จะไม่ยอมแพ้" บลาๆ
ปกติซานาดะร้องเดี่ยวก็ร้องเพลงสไตล์นี้อยู่แล้ว ยูคิมูระก็แอบมาสไตล์นี้อยู่แล้วเหมือนกัน
พอสองคนนี้มาร้องคู่กัน เนื้อเพลงก็เลยออกมาเป็นแนวนี้สินะ
ถ้าจะบอกว่า SWAN ข้างบนนั่นดูสมกับชิเทนฯ นี่ก็เพลงโรงเรียนริคไคเลยแหละ
 
よろこびのうた (เทะสึกะ)
(ใช้ทำนองเพลง "Symphony No. 9" Ludwig van Beethoven)
ล่อซิมโฟนี่หมายเลข 9 เลยเรอะ =[]=!!
เพราะเทะสึกะเคยไปอยู่เยอรมันสินะ...สินะ...สินะ...
...ว่าไปนั่น จริงๆ นักแต่งเพลงคนอื่นๆ ที่เป็นคนเยอรมันก็มีครับ อย่างวากเนอร์ก็เยอรมัน
แต่เพลงนี้มีภาษาเยอรมันโผล่มาในเพลงด้วย
พวกคำทักทายสวัสดี ลาก่อน บลาๆ อย่าง Guten Morgen อะไรงี้ (ฟังออกแค่นี้ - -")
ชื่อเพลงก็แปลมาจาก "Ode an die Freud" ตรงๆ เลย
ซึ่งก็คือโคลงเยอรมันที่เอามาใช้เป็นคำร้องประสานเสียงในซิมโฟนี่หมายเลข 9 ครับ
ฟังเพลินๆ ดีครับ ออกแนวเดียวกับคาร์แร็กเตอร์ซองของเทะสึกะก่อนหน้านี้
ทำให้รู้สึกว่าเนียนจนบางทีลืมไปเลยว่านี่เป็นเพลงโคเวอร์จากเพลงคลาสสิค
 
 
สรุปแล้วก็มีทั้งเพลงที่ฮา ทั้งเพลงที่ฟังแล้วเพลินสินะ
แต่พวกเพลงที่ฟังแล้วเพลินเนี่ย บางทีในเนื้อเพลงก็แอบใส่อะไรฮาๆ ไว้เหมือนกัน
(แต่ตอนฟังมักคล้อยตามทำนองไป จนไม่ทันได้สนใจเนื้อเพลง)
ทุกเพลงดูจะพยายามทำอะไรสักอย่างให้เนื้อร้องมันคล้องกับชื่อทำนองต้นฉบับ
โดยรวมแล้วก็ชอบทุกเพลงครับ ส่วนเพลงที่ชอบเป็นพิเศษก็คงเพราะชอบทำนองต้นฉบับอยู่แล้ว
สงสัยเหมือนกัน ปีก่อนโน้นโคเวอร์เพลงคริสต์มาส ปีต่อมาเพลงคลาสสิค แล้วปีนี้ล่ะจะมีมั้ย
//รอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ ><

Comment

Comment:

Tweet

@toigo-sama 
ตอนแรกผมนึกว่าตัวเองจะไม่คุ้นเท่าโคเวอร์คริสต์มาสปีก่อนหน้า แต่พอฟังไปฟังมาแล้วคุ้นแทบทุกเพลงซะงั้นแหละ ฮะๆ
@momojikun
ด้วยความยินดีครับ >w<

#8 By Ralph on 2013-05-21 20:45

ผมยังไม่ได้หาฟังสักเพลงเลย   พอเจอข้อมูลที่ราล์ฟคุงหามาแล้วคงหาฟังง่ายขึ้นเยอะ  งั้นขออนุญาติใช้ข้อมูลนี้ไปหาเพลงฟังเลยแล้วกันนะครับ  ฮ่า ..

#7 By KATSUYO on 2013-05-20 20:54

โอ้ยยยย เพิ่งรู้ค่ะ 555555 อยากฟังงงจะไปหาาา TT มีแต่เพลงคุ้นเคยทั้งนั้นเลย
แต่ทานิชิคุงนี่ไม่ค่อยคลาสสิคเลยแฮะ....

#6 By TOE*イ* on 2013-05-18 12:40

@ladychelsea
รู้สึกจะเป็นสินค้าสำหรับจับฉลากสำหรับสมาชิกอนิเมทหรือไงนี่แหละ ทำเอาอยากไปอยู่ญี่ปุ่นเลยล่ะครับ T_T
 
ป.ล. "ร" ของซานาดะสุดยอดจริงๆ (ฮา)

#5 By Ralph on 2013-05-09 19:08

เราเคยจะสั่งเซตนี้ไปอ่ะค่ะแต่เค้าบอกว่ามันสำหรับจับฉลากเท่านั้นอะไรซักอย่าง อยากได้ซิงเกิ้ลของซานาดะกับยูคิมูระมากกกกก ตัว"ร"ของซานาดะมันตราตรึงใจดีจริงๆ ต้องไปไล่หาของคนอื่นๆฟังต่อมั่งแล้วว

#4 By LadyChelsea on 2013-05-08 16:17

@lufelemperor
banana no namida เนี่ยเป็นเพลงรั่วแต่ฟังฮีกเหิมจริงๆ นั่นแหละ มหัศจรรย์จริงๆ เลย (ฮา)
@yoshihito
ลองหามาฟังให้ได้เลยนะครับ สนับสนุนอีกเสียง >w<

#3 By Ralph on 2013-05-07 08:55

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ น่าหามาฟังจังเลย 

#2 By ๐~*YosHi*~๐ on 2013-05-06 22:59

อัลบั้มนี้ตั้งแต่ปลายปีหรอคะ =[ ]= พึ่งเห็นปกอัลบั้มของซานาดะกับยุคกี้เมื่อสองวันที่แล้ว orz
ไปหาฟังแล้วเพลินดีนะคะ คงเป็นเพราะเล่นเปียโนอยู่แล้ว ทั้ง minuet ทั้ง canon ก็เล่นจนคล่องแล้วด้วย ส่วน swanlake กับ spring ก็เป็นเพลงที่ตั้งใจว่าเรียนไวโอลินแล้วจะเล่นด้วยล่ะค่ะ   ส่วนเพลงของซานาดะ ขนาดเพลง banana no namida ที่เนื้อหาสุดรั่วยังฟังซะฮึกเหิมเลยค่ะ เพราะอย่างนั้นก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่(ฮา) ขอบคุณที่เอามาบอกนะคะไม่งั้นคงไม่รู้เเน่ๆ

#1 By Lufe Lufe Lufe on 2013-05-06 16:15